3 ผักบ้านๆ คุณค่าดี ถูกยกให้ "บำรุงร่างกายเหมือนโสม" ชนิดแรกขึ้นเองตามธรรมชาติ!

3 ผักบ้านๆ คุณค่าดี ถูกยกให้ "บำรุงร่างกายเหมือนโสม" ชนิดแรกขึ้นเองตามธรรมชาติ!

3 ผักบ้านๆ คุณค่าดี ถูกยกให้ "บำรุงร่างกายเหมือนโสม" ชนิดแรกขึ้นเองตามธรรมชาติ!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ไม่ต้องกินของแพง! 3 ผักพื้นบ้านคุณค่าสูง ชนิดแรกเป็นผักที่ขึ้นเองตามสวน

อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงเสมอไป เพราะผักพื้นบ้านหลายชนิดที่พบเห็นได้ทั่วไปก็มีทั้งวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่น่าสนใจ จนบางพื้นที่นิยมเปรียบเปรยว่าเป็นผักที่ “บำรุงร่างกายเหมือนโสม”

อย่างไรก็ตาม คำว่า “เหมือนโสม” เป็นเพียงการเปรียบเทียบในเชิงคุณค่าทางอาหารหรือภูมิปัญญาพื้นบ้าน ไม่ได้หมายความว่าผักเหล่านี้มีสรรพคุณหรือสารออกฤทธิ์เหมือนโสมจริง ๆ โดย 3 ชนิดที่มักถูกพูดถึง ได้แก่ ผักเบี้ยใหญ่ ผักโขม และผักหวานบ้าน

1. ผักเบี้ยใหญ่ ผักป่าที่มีโอเมกา-3 จากพืช

ผักเบี้ยใหญ่ หรือ Portulaca oleracea เป็นพืชอวบน้ำที่ขึ้นเองตามธรรมชาติได้ง่าย โดยเฉพาะตามสวน แปลงเกษตร และพื้นที่ชื้น ในหลายประเทศรวมถึงเวียดนามนิยมเก็บมาปรุงเป็นอาหารพื้นบ้าน

จุดเด่นของผักชนิดนี้คือมีกรดไขมันแอลฟา-ไลโนเลนิก หรือ ALA ซึ่งเป็นกรดไขมันโอเมกา-3 จากพืช นอกจากนี้ยังพบโพแทสเซียม แมกนีเซียม แคลเซียม วิตามินซี วิตามินอี รวมถึงสารพฤกษเคมีหลายชนิดที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ

ด้วยองค์ประกอบทั้งวิตามิน แร่ธาตุ กรดไขมัน และสารจากพืช จึงทำให้ผักเบี้ยใหญ่ได้รับความสนใจในด้านคุณค่าทางโภชนาการ และในตำราสมุนไพรจีนโบราณยังมีการกล่าวถึงในฐานะผักที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดเรื่องสุขภาพและอายุยืน

อย่างไรก็ตาม ผักเบี้ยใหญ่มีออกซาเลตตามธรรมชาติ ผู้ที่มีประวัตินิ่วในไตบางชนิด หรือได้รับคำแนะนำให้จำกัดอาหารที่มีออกซาเลต ควรรับประทานในปริมาณเหมาะสมและปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารหากมีข้อจำกัดเฉพาะ

2. ผักโขม อุดมทั้งธาตุเหล็ก แคลเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระ

ผักโขมเป็นผักที่พบได้ทั่วไปและสามารถขึ้นเองตามธรรมชาติในหลายพื้นที่ จุดเด่นคือมีวิตามินและแร่ธาตุหลากหลาย โดยเฉพาะธาตุเหล็ก แคลเซียม โฟเลต โพแทสเซียม และใยอาหาร

นอกจากนี้ ผักโขมยังมีวิตามินเอ วิตามินเค และวิตามินบีบางชนิด ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานของร่างกายหลายระบบ ทั้งการสร้างเม็ดเลือด สุขภาพกระดูก การมองเห็น ระบบประสาท และการทำงานของระบบทางเดินอาหาร

สารประกอบกลุ่มฟีนอลและฟลาโวนอยด์ในผักโขมยังได้รับความสนใจในด้านฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ด้วยเหตุนี้จึงมีการเปรียบเปรยในบางพื้นที่ว่าเป็นผักราคาประหยัดแต่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง

ทั้งนี้ แม้ผักโขมจะมีธาตุเหล็ก แต่ธาตุเหล็กจากพืชเป็นชนิด non-heme iron ซึ่งร่างกายดูดซึมได้แตกต่างจากธาตุเหล็กในเนื้อสัตว์ การรับประทานร่วมกับอาหารที่มีวิตามินซี เช่น ผลไม้รสเปรี้ยวหรือผักบางชนิด สามารถช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กจากพืชได้ดีขึ้น

3. ผักหวานบ้าน ผักพื้นบ้านที่มีโปรตีนและวิตามินหลายชนิด

ผักหวานบ้าน หรือ Sauropus androgynus เป็นผักพื้นบ้านที่นิยมรับประทานในหลายประเทศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จุดเด่นคือมีโปรตีนจากพืช แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินซี รวมถึงวิตามินและแร่ธาตุอีกหลายชนิด

นอกจากนี้ยังมีกรดอะมิโนหลายชนิด เช่น ไลซีน เมไทโอนีน ทริปโตเฟน ลิวซีน และไอโซลิวซีน จึงถือเป็นผักที่มีคุณค่าทางอาหารค่อนข้างหลากหลายเมื่อเทียบกับผักใบหลายชนิด

ในบางแหล่งข้อมูลมีการนำปริมาณธาตุเหล็กของผักหวานบ้านไปเปรียบเทียบกับเนื้อสัตว์ แต่ควรระมัดระวังในการตีความ เพราะตัวเลขของอาหารแต่ละชนิดขึ้นอยู่กับแหล่งข้อมูล วิธีวิเคราะห์ และสภาพอาหาร ขณะที่ธาตุเหล็กจากพืชกับเนื้อสัตว์ยังมีการดูดซึมแตกต่างกันด้วย

สิ่งสำคัญอีกประการคือ ควรรับประทานผักหวานบ้านในรูปแบบอาหารที่ผ่านการปรุงสุกตามปกติ ไม่ควรนำมาปั่นเป็นน้ำดิบเข้มข้นหรือบริโภคในปริมาณมากผิดปกติ เนื่องจากเคยมีรายงานผลกระทบต่อสุขภาพจากการบริโภคใบดิบในปริมาณสูงเป็นเวลาต่อเนื่อง

อย่าตีความคำว่า “บำรุงเหมือนโสม” ว่ากินแล้วรักษาโรคได้

แม้ผักทั้ง 3 ชนิดจะมีคุณค่าทางโภชนาการที่ดี แต่ไม่มีหลักฐานว่าการรับประทานเพียงชนิดใดชนิดหนึ่งสามารถทดแทนยา ป้องกันโรคทุกชนิด หรือให้ผลเหมือนโสมตามความหมายทางเภสัชวิทยา

หลักสำคัญยังคงเป็นการรับประทานอาหารให้หลากหลาย มีผักหลายสี โปรตีนที่เหมาะสม ธัญพืชไม่ขัดสี และอาหารจากธรรมชาติในสัดส่วนสมดุล เพราะสุขภาพที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “ซูเปอร์ฟู้ด” เพียงชนิดเดียว

 

ผักเบี้ยใหญ่ ผักโขม และผักหวานบ้าน เป็นตัวอย่างของผักพื้นบ้านที่ราคาไม่แพงแต่มีสารอาหารหลายชนิด ทั้งวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร กรดไขมันจากพืช และสารต้านอนุมูลอิสระ จึงไม่น่าแปลกที่ในบางวัฒนธรรมจะได้รับคำเปรียบเปรยว่าเป็นผักที่ “บำรุงเหมือนโสม”

อย่างไรก็ตาม การรับประทานให้ได้ประโยชน์ควรเน้นความหลากหลายและปริมาณที่เหมาะสม ไม่ควรยึดติดกับอาหารเพียงชนิดเดียว หรือเชื่อว่าสามารถใช้รักษาโรคแทนการดูแลทางการแพทย์ได้

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล